.jpg)
และวัสดุที่ใช้ทำ All Solid ที่ด้านหน้าทำจากไม้ Spruce ให้เสียงที่พุ่ง ใส กังวาล บวกกับตัวไม้ Alder ที่ใช้ในส่วนของด้านหลังและด้านข้าง ซึ่งให้เสียงประสานที่ลงตัว ประกอบกับกรรมวิธีการทำสีที่ทาง Kamoa ใช้เทคนิคในการย้อมสี และเคลืบแบบ satin (เคลือบด้าน) ต่างจากยี่ห้ออื่นๆที่ใช้เคลือบหรือพ่นสี ที่ทำให้อูคูเลเล่มีเสียงที่ทึบ แต่เจ้า Kamoa E3 สีสันสดใสตัวนี้กลับมีเนื้อเสียงที่ชัดเจน เสียงดัง กังวาล เหมาะกับการเล่นเพลงสนุกๆมันส์ๆ สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้เล่นและผู้ฟังได้เป็นอย่างยิ่ง นอกจากจุดเด่นในเรื่องของกรรมวิธีการย้อมสี และการคัดเลือกไม้ชั้นดีที่มีอยู่ในเจ้า E3 ตัวนี้แล้ว ดีไซน์หน้าตาของอูคูเลเล่ตัวนี้ ยังทำออกมาได้สวยคลาสสิคทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นขอบ binding สีขาว ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และตรงขอบ sound hole

รุ่นนี้มีมาด้วยกันทั้งหมด 6 ไซส์ คือ Soprano Vintage, Soprano, Soprano Pineapple, Concert, Grand Concert และ Tenor โดยที่ Soprano ทั้ง 3 แบบ

จะมีทูนเนอร์เป็นแบบ friction tuner แบบเก่าสไตล์วินเทจ

และไซส์ใหญ่ขึ้นมาคือตัว Concert กับ Tenor จะเป็นแบบ gear tuner
ตัวที่น่าสนใจใน E3 series ก็คือ Soprano Vintage กับ Grand Concert เนื่องจากเป็นรูปทรงที่ค่อนข้างหาได้ยาก โดยที่ Soprano Vintage จะมีขนาดค่อนข้างเล็กกว่า Soprano Size ทั่วๆไป เอวจะคอดกว่า และตัวจะบางกว่า แต่ให้เสียงที่ดัง ฟังชัด ไม่ต่างจาก soprano ธรรมดา

ในขณะที่ Grand Concert จะมีรูปร่างคล้ายระฆัง ( Bell Shape) ด้านล่างจะมีขนาดกว้างกว่าด้านบน และจำนวนเฟรทจะมากกว่า Concert Size ปกติทั่วอยู่ 2 เฟรท (Concert ธรรมดามี 12 เฟรท) ทำให้เล่นตัวโน๊ตได้มากขึ้น


นอกจากนี้แล้ว ความพิเศษอีกอย่างของ E3 ก็คือสาย ที่ finished มาเป็นสาย Low-G ที่ให้เสียงต่ำ ทุ้ม เหมาะกับคนที่ชอบการเล่นแบบ finger style หรือการเล่นโน๊ตเป็นตัวๆมากกว่า strumming นอกจากนี้สาย Low-G ยังทำให้อูคูเลเล่ตัวนี้มีโน๊ตเพิ่มขึ้นมาอีกถึง 3 ตัวกันเลยทีเดียว ( ปกติสาย High-G จะมีโน๊ตตัวต่ำสุดคือ C แต่ถ้าสาย Low-G โน๊ตตัวต่ำสุดจะกลายเป็นโน๊ตตัว G
.jpg)

4 user online 754434 users visited